หัวข้อวิจัย การพัฒนารูปแบบการจัดประสบการณ์โดยใช้ครอบครัวเป็นฐานร่วมกับสื่อนิทานแบบผสมผสานเพื่อส่งเสริม
คุณธรรมจริยธรรมตามโครงการโตไปไม่โกงของเด็กปฐมวัยระดับชั้นอนุบาลปีที่ 3
ชื่อผู้วิจัย จีรนุช จินา
หน่วยงานต้นสังกัด โรงเรียนองค์การบริหารส่วนตำบลทรายขาว (บ้านท่าฮ่อ) ตำบลทรายขาว อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย
สังกัดกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย
ปีที่จัดพิมพ์ 2569
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนารูปแบบการจัดประสบการณ์โดยใช้ครอบครัวเป็นฐานร่วมกับสื่อนิทานแบบผสมผสานเพื่อส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมตามโครงการโตไปไม่โกงของเด็กปฐมวัยระดับชั้นอนุบาลปีที่ 3 (2) เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดประสบการณ์ฯ (3) เพื่อทดลองใช้รูปแบบการจัดประสบการณ์ฯ (4) เพื่อประเมินความพึงพอใจของนักเรียนและครูผู้สอนที่มีต่อรูปแบบการจัดประสบการณ์ฯ ประชากรที่ใช้การวิจัย ได้แก่ เด็กปฐมวัยระดับชั้นอนุบาลปีที่ 3 อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย สังกัดกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย กลุ่มตัวอย่าง คือ เด็กปฐมวัยระดับชั้นอนุบาลปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 17 คน ครูผู้สอนและผู้ปกครองโรงเรียนองค์การบริหารส่วนตำบลทรายขาว (บ้านท่าฮ่อ) อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ (1) รูปแบบการจัดประสบการณ์ฯ จำนวน 5 เรื่อง ค่าคุณภาพ 4.64 (2) คู่มือและแผนการใช้รูปแบบการจัดประสบการณ์ฯ ค่าคุณภาพ 4.92 และ 4.96 (3) แบบทดสอบด้านคุณธรรมจริยธรรม ค่า IOC 0.95 ค่าอำนาจจำแนก 0.35 และค่าความเชื่อมั่น 0.88 (4) แบบสังเกตพฤติกรรมด้านคุณธรรมจริยธรรม ค่า IOC 1.00 ค่าอำนาจจำแนก 0.93 และค่าความเชื่อมั่น 0.80 (5) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนและครูผู้สอนที่มีต่อรูปแบบการจัดประสบการณ์ฯ ค่า IOC 1.00 การเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสัมภาษณ์ แบบทดสอบ แบบสังเกต และแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าดัชนีประสิทธิผล สถิติทดสอบความแตกต่าง t-test dependent และการวิเคราะห์เนื้อหา การวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ SPSS ผลการวิจัย พบว่า 1) ผลการศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนารูปแบบการจัดประสบการณ์ฯ พฤติกรรมด้านคุณธรรมจริยธรรมของเด็กปฐมวัยควรได้รับการปรับปรุง แก้ไข พัฒนาและส่งเสริมให้เหมาะสมตามวัย จำเป็นต้องให้ผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดประสบการณ์ฯ 2) ผลการพัฒนารูปแบบการจัดประสบการณ์ฯ มีความเหมาะสมโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด 3) ผลการทดลองใช้รูปแบบการจัดประสบการณ์ฯ ค่าดัชนีประสิทธิผล 0.64 มีพัฒนาการด้านคุณธรรมจริยธรรมหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ผลการสังเกตพฤติกรรมด้านคุณธรรมจริยธรรมของนักเรียนภายหลังจากการจัดประสบการณ์ฯ มีพัฒนาการโดยรวมมากที่สุด ( = 2.48, S.D = 0.50) ผลการประเมินพฤติกรรมด้านคุณธรรมจริยธรรมของนักเรียนโดยผู้ปกครอง มีพัฒนาการโดยรวมมากที่สุด คือ ด้านการกระทำอย่างรับผิดชอบ ด้านความซื่อสัตย์ และด้านความเป็นอยู่อย่างพอเพียง 4) ผลการประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อรูปแบบการจัดประสบการณ์ฯ โดยรวมมากที่สุด ( = 2.62, S.D = 0.49) และครูผู้สอนมีความพึงพอใจต่อรูปแบบการจัดประสบการณ์ฯ โดยรวมมากที่สุด ( = 3.00, S.D = 0.00)
คำสำคัญ: ครอบครัวเป็นฐาน, สื่อนิทานแบบผสมผสาน, การส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมของเด็กปฐมวัย,
โครงการโตไปไม่โกง